การสร้างเนื้อหาที่ไม่ดีส่งผลต่อการทำเอสอีโอ และธุรกิจของคุณซึ่งทำให้คุณต้องเสียเวลาและทรัพยากรอันมีค่าไปมีดังต่อไปนี้
1. กำหนดคีย์เวิร์ดผิด
การหาคีย์เวิร์ดเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ในการทำเอสอีโอ การกำหนดคีย์เวิร์ดผิดทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้าชมเว็บไซต์ไม่ศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่เว็บไซต์
2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายผิด
ทำการศึกษากลุ่มของประชากรที่จะเข้าชมเว็บไซต์ ก่อนที่จะสร้างเนื้อหาว่าเหมาะสมหรือสอดคล้องกันหรือไม่
3. ไม่ให้ความสำคัญต่อ Meta description และ Title
ทั้ง Meta description และ Title จะมีผลต่ออันดับหรือไม่นั้นไม่สำคัญ แต่ทั้งสองจะถูกแสดงในหน้าแสดงผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิ้นเสมอ สร้าง Meta description และ Title ให้ดีพอที่ใครบางคนจะคลิ๊กมัน
4. มีหน้าเว็บเพจที่ซ้ำๆ กัน
จะเกิดจากความตั้งใจหรือไม่ก็ตามแต่กูเกิ้ลจะไม่เก็บข้อมูลหน้าที่ซ้ำซ้อนกัน จะคงไว้แต่ต้นฉบับ และกูเกิ้ลอาจจะลดความหน้าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณด้วย
5. ไม่มีเนื้อหาที่แท้จริง
เว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก Adobe flash หรือ เว็บไซต์ที่ใช้ FRAME หรือ IFRAME ในการดึงเนื้อหามาจากแหล่งอื่น กูเกิ้ลไม่สามารถเก็บข้อมูลได้
6. ปล่อยให้เว็บไซต์ร้าง เนื้อหาไม่อัพเดท
อัพเดทเว็บไซต์ให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เป็นวิธีการที่ง่ายแต่ยากที่จะปฏิบัติได้
7. คัดลอกเนื้อหามาจากแหล่งอื่น
“Me Too (ลอกเลียน)” = “Me Dead”
ยาฮูปิดการให้บริการเว็บไดเรคตอรี่ใน 4 ประเทศคือ ผรั่งเศษ, อิตาลี, เยอรมัน, สเปน โดยทั้งหมดจะถูกรีไดเร็ค (เปลี่ยนเส้นทาง) ไป
ยังหน้าค้นหาของยาฮูในประเทศนั้นๆ ส่วนเว็บไดเรคตอรี่ของยาฮูในอังกฤษและสหรัฐยังไม่มีแผนการที่จะปิดการให้บริการ
RIP Yahoo directories in Europe ค่ะ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สำหรับ SME ก่อนใช้งานทวิสเตอร์
1. การใช้งานทวิสเตอร์ง่ายกว่าที่คิด คุณสามารถเขียนบทความได้ 140 ตัวอักษร บทความของคุณจะถูกเห็นโดยผู้ติดตามคุณ
(Followers) ซึ่งคุณสามารถเห็นความคิดเห็นของผู้ติดตามได้ และชื่อของผู้ใช้งานทวิสเตอร์จะขึ้นต้นด้วย @ เสมอ เช่น @jobbangkok
2. การใช้งานทวิสเตอร์ต้องการวางแผนว่าต้องการใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่นคุณต้องการใช้ทวิสเตอร์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง หรือแค่ต้องการคนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์
3. Account ของคุณจะต้องดูเป็นมืออาชีพ มีโลโก้ขององค์กร และหน้าเว็บเพจที่สวยงาม
4. ค้นหาบทความที่กล่าวถึงยี่ห้อ, ผลิตภัณฑ์, หรือบุคคลที่เกี่ยวกับองค์กรของคุณ
5. ตอบกลับด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได เมื่อมีคำถามหรือการกล่าวพาดพิง
6. บทความด้านลบ หรือบทความที่ผิดพลาดจาก Account ขององค์กรจะแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้ใช้ Account ขององค์กรทุกคนจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเป็นอย่างดีเพื่อป้องกันความผิดพลาด
7. ทวิสเตอร์เป็นเครือข่ายทางสังคมขนาดใหญ่ คุณภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าปริมาณ ไม่ควรใช้ระบบทำให้โดยอัตโนมัติ จัดการทุกอย่างด้วยตัวเราเองจะดีที่สุด
8. Tweets บทความสั้นๆ ที่มีคุณภาพ แล้ว Followers จะ Tweets บทความของคุณต่อไปเรื่อยๆ
9. อย่าสแปม

อเมริกันออนไลน์ (AOL) ยักษ์ทางด้านไอทีและโทรคมนาคมของสหรัฐ ได้ขาย bebo เว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมชื่อดัง
ในราคาประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่กลุ่มทุนแห่งหนึ่ง แถลงการอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นในเร็วนี้
โดยอเมริกันออนไลน์ (AOL) ได้ซื้อ bebo มาในราคาประมาณ 850 ล้านเหรียญเมื่อปี 2008
เว็บไ๋ซต์:
bebo.com
aol.com
การตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
สิ่งที่ควรทำ
1. สร้างเครือข่ายทางสังคมที่แข็งแกร่ง
2. สร้างเว็บไซต์ของคุณให้มีความน่าเชื่อถือ
3. สร้างบล็อกสำหรับการทำการตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์
4. เปิดใจให้กว้างเมื่อมีคำวิจารณ์ด้านลบ
5. เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม
6. สร้างความคุ้นเคยกับสังคมออนไลน์
สิ่งที่ไม่ควรทำ
1. อย่าสแปม
2. หลีกเลี่ยงเทคนิคการตลาดแบบโอ้อวดเกินจริง
3. อย่าลืมอัพเดทโปรไฟล์ของคุณอย่างสม่าเสมอ
4. อย่ารีบร้อน
5. อย่าโต้แย้งเพื่อชัยชนะ
6. อย่าโจมตีและใส่ร้ายคู่แข่ง
สิ่งที่ควรทำ
1. สร้างเครือข่ายทางสังคมที่แข็งแกร่ง
2. สร้างเว็บไซต์ของคุณให้มีความน่าเชื่อถือ
3. สร้างบล็อกสำหรับการทำการตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์
4. เปิดใจให้กว้างเมื่อมีคำวิจารณ์ด้านลบ
5. เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม
6. สร้างความคุ้นเคยกับสังคมออนไลน์
สิ่งที่ไม่ควรทำ
1. อย่าสแปม
2. หลีกเลี่ยงเทคนิคการตลาดแบบโอ้อวดเกินจริง
3. อย่าลืมอัพเดทโปรไฟล์ของคุณอย่างสม่าเสมอ
4. อย่ารีบร้อน
5. อย่าโต้แย้งเพื่อชัยชนะ
6. อย่าโจมตีและใส่ร้ายคู่แข่ง
กูเกิ้ลเริ่มดำเนินการใช้งาน Google Caffeine ที่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งหนึ่ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 และใช้งานแบบเติมรูปแบบต้นเดือนมิถุนายน 2553 กูเกิ้ลเรียกมันว่า “ระบบการทำดัชนีเว็บไซต์รูปแบบใหม่ ที่ข้อมูลในผลการค้นหาใหม่กว่าการทำดัชนีในรูปแบบเก่า มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และมันเป็นการเก็บข้อมูลเนื้อหาเว็บไซต์จำนวนมากที่สุดที่เรานำเสนอ”
- Google Caffeine มีประโยชน์ทั้งผู้ค้นหาข้อมูลและเจ้าของเนื้อหา ซึ่งเนื้อหาจะอยู่ในผลการค้นหาภายในเสี้ยววินาทีหลังจากกูเกิ้ลเก็บข้อมูล
- Google Caffeine คือการปรับปรุงการทำดัชนีของกูเกิ้ล ซึ่งอยู่ในทุกศูนย์กลางข้อมูล ในทุกๆ ภูมิภาค และภาษา
- Google Caffeine ไม่เปลี่ยนอัลกอริทึมในการจัดลำดับผลการค้นหา
- ความจุในการเก็บข้อมูลของ Google Caffeine เพิ่มมากขึ้น
- มีความสามารถในการเก็บข้อมูลเอกสารประเภทต่างๆ ได้ดีและเพิ่มมากขึ้น
- เจ้าของเนื้อหาจะได้รับประโยชน์โดยตรงจาก Google Caffeine โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
- Google Caffeine มีประโยชน์ทั้งผู้ค้นหาข้อมูลและเจ้าของเนื้อหา ซึ่งเนื้อหาจะอยู่ในผลการค้นหาภายในเสี้ยววินาทีหลังจากกูเกิ้ลเก็บข้อมูล
- Google Caffeine คือการปรับปรุงการทำดัชนีของกูเกิ้ล ซึ่งอยู่ในทุกศูนย์กลางข้อมูล ในทุกๆ ภูมิภาค และภาษา
- Google Caffeine ไม่เปลี่ยนอัลกอริทึมในการจัดลำดับผลการค้นหา
- ความจุในการเก็บข้อมูลของ Google Caffeine เพิ่มมากขึ้น
- มีความสามารถในการเก็บข้อมูลเอกสารประเภทต่างๆ ได้ดีและเพิ่มมากขึ้น
- เจ้าของเนื้อหาจะได้รับประโยชน์โดยตรงจาก Google Caffeine โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
สิ่งสำคัญ 6 ประการที่ SME ควรรู้เกี่ยวกับ SEO
1. เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างเป็นคอนเทนท์ (content)
"Content is king" ไม่ใช่แค่สโลแกน ของกูเกิล ซึ่งตอนนี้กูเกิ้ลทำมันเป็นจริงบางแล้วในปัจจุบันนี้
การมีคอนเทนท์เฉพาะที่มีไม่เหมือนใคร ช่วยให้อันดับในผลการค้นหาดีขึ้น
และวิธีเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่เป็นคอนเทนท์มีดังต่อไปนี้
- บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างเช่น บทสัมภาษณ์, บทสนทนา เป็นต้น และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบตัวอักษร (Text)
- เปลี่ยนอีเมล์ที่ใช้สำหรับตอบคำถามของลูกค้าให้เป็นหน้า FAQ ในเว็บไซต์ของคุณ
- เปลี่ยนไฟล์ FDF ให้เป็น HTML (แม้ว่า PDF ไฟล์จะทำให้อันดับดีขึ้นด้วยตัวของมันเอง)
- บันทึกวีดีโอ สำหรับกิจกรรมต่างๆ
2. สร้างประโยชน์จาก Local Search ให้มากที่สุด
Local Search สามรถสร้างประโยชน์ให้คุณเป็นอย่างมากเพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ค้นหาสินค้าและบริการจากบริษัทท้องถิ่น
3. เพิ่มความเร็วให้กับเว็บไซต์ของคุณ
เพิ่มความเร็วของเว็บไซต์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการจัดลำดับการค้นหาของกูเกิ้ล
4. ปรับปรุงลิ๊งค์ภายในเว็บไซต์
การออกแบบลิ๊งค์ภายในเว็บไซต์ที่ดีนอกจากส่งผลให้ลำดับในการค้นหาดีขึ้นแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลถายในเว็บไซต์ด้วย
5. สร้างคอนเทนท์สำหรับผู้ใช้งาน ไม่ใช่สำหรับ Search Engine
Search Engine ไม่สามารถซื้อสินค้าคุณได้
6. อย่ากังวลเมื่อมีบางคนติดลิ๊งค์แบบ NOFOLLOW มายังเว็บไซต์ของคุณ
เราไม่สามารถควบคุมการจัดการลิ๊งค์แบบ NOFOLLOW ของกูเกิ้ลได้ ฉะนั้นควรมุ่งทำคอนเทนท์ที่ดี เพราะจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และส่งผลให้อันดับในการค้นหาดีขึ้นด้วย
1. เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างเป็นคอนเทนท์ (content)
"Content is king" ไม่ใช่แค่สโลแกน ของกูเกิล ซึ่งตอนนี้กูเกิ้ลทำมันเป็นจริงบางแล้วในปัจจุบันนี้
การมีคอนเทนท์เฉพาะที่มีไม่เหมือนใคร ช่วยให้อันดับในผลการค้นหาดีขึ้น
และวิธีเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่เป็นคอนเทนท์มีดังต่อไปนี้
- บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างเช่น บทสัมภาษณ์, บทสนทนา เป็นต้น และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบตัวอักษร (Text)
- เปลี่ยนอีเมล์ที่ใช้สำหรับตอบคำถามของลูกค้าให้เป็นหน้า FAQ ในเว็บไซต์ของคุณ
- เปลี่ยนไฟล์ FDF ให้เป็น HTML (แม้ว่า PDF ไฟล์จะทำให้อันดับดีขึ้นด้วยตัวของมันเอง)
- บันทึกวีดีโอ สำหรับกิจกรรมต่างๆ
2. สร้างประโยชน์จาก Local Search ให้มากที่สุด
Local Search สามรถสร้างประโยชน์ให้คุณเป็นอย่างมากเพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ค้นหาสินค้าและบริการจากบริษัทท้องถิ่น
3. เพิ่มความเร็วให้กับเว็บไซต์ของคุณ
เพิ่มความเร็วของเว็บไซต์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการจัดลำดับการค้นหาของกูเกิ้ล
4. ปรับปรุงลิ๊งค์ภายในเว็บไซต์
การออกแบบลิ๊งค์ภายในเว็บไซต์ที่ดีนอกจากส่งผลให้ลำดับในการค้นหาดีขึ้นแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลถายในเว็บไซต์ด้วย
5. สร้างคอนเทนท์สำหรับผู้ใช้งาน ไม่ใช่สำหรับ Search Engine
Search Engine ไม่สามารถซื้อสินค้าคุณได้
6. อย่ากังวลเมื่อมีบางคนติดลิ๊งค์แบบ NOFOLLOW มายังเว็บไซต์ของคุณ
เราไม่สามารถควบคุมการจัดการลิ๊งค์แบบ NOFOLLOW ของกูเกิ้ลได้ ฉะนั้นควรมุ่งทำคอนเทนท์ที่ดี เพราะจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และส่งผลให้อันดับในการค้นหาดีขึ้นด้วย
ความเห็นของ Matt Cutts เกี่ยวกับการ Crawling (เก็บข้อมูล) และ Indexation (การสร้างดัชนี) หรือ อินเด็กซ์ ของ Google
สรุปได้เป็นข้อๆ ดังนี้
1. สำหรับ Google แล้วการอินเด็กซ์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การอินเด็กซ์มีข้อจำกัด
Pagerank คือตัวชี้วัดที่สำคัญ ต่อการอินเด็กซ์ (PR สูงโอกาสถูกอินเด็กซ์ก็สูงตามไปด้วย)
2. Duplicate Content (เนื้อหาซ้ำซ้อน) ไม่ดีต่อการอินเด็กซ์
Canonicalizing ก็ช่วยได้ไม่มาก ถ้าในเวบไซต์มี Duplicate Content มากเกินไป
3. Affiliate links จะไม่ถูกอินเด็กซ์
4. 301 Redirects ส่งค่า Pagerank และ Link Juice ไปบางส่วนเท่านั้น (มีบางส่วนที่สูญหายไป)
5. เว็บเพจขยะ หรือ เนื้อหาซ้ำซ้อน ทำให้การอินเด็กซ์แย่ลง หรือไม่ถูกอินเด็กซ์เลย
6. Navigation (เมนู ) ที่ออกแบบไม่ดี หรือ ออกแบบเพื่อ Pagerank sculpting ภายในเว็บไซท์ สร้างปัญหาในการอินเด็กซ์
ที่มา: http://www.seomoz.org/blog/an-illustrated-guide-to-matt-cutts-comments-on-crawling-indexation
สรุปได้เป็นข้อๆ ดังนี้
1. สำหรับ Google แล้วการอินเด็กซ์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การอินเด็กซ์มีข้อจำกัด
Pagerank คือตัวชี้วัดที่สำคัญ ต่อการอินเด็กซ์ (PR สูงโอกาสถูกอินเด็กซ์ก็สูงตามไปด้วย)
2. Duplicate Content (เนื้อหาซ้ำซ้อน) ไม่ดีต่อการอินเด็กซ์
Canonicalizing ก็ช่วยได้ไม่มาก ถ้าในเวบไซต์มี Duplicate Content มากเกินไป
3. Affiliate links จะไม่ถูกอินเด็กซ์
4. 301 Redirects ส่งค่า Pagerank และ Link Juice ไปบางส่วนเท่านั้น (มีบางส่วนที่สูญหายไป)
5. เว็บเพจขยะ หรือ เนื้อหาซ้ำซ้อน ทำให้การอินเด็กซ์แย่ลง หรือไม่ถูกอินเด็กซ์เลย
6. Navigation (เมนู ) ที่ออกแบบไม่ดี หรือ ออกแบบเพื่อ Pagerank sculpting ภายในเว็บไซท์ สร้างปัญหาในการอินเด็กซ์
ที่มา: http://www.seomoz.org/blog/an-illustrated-guide-to-matt-cutts-comments-on-crawling-indexation
SEO เหมือนกับซีรีย์ฝรั่งเรื่อง LOST ใน 5 ประการ
5. LOST (เหมือนพนักงาน Google ส่วนมาก) ไม่ค่อยให้คำตอบ สำหรับคำถามของคุณ เช่น:
คุณยังคงสงสัยเกี่ยวกับรูปปั้นนิ้วเท้าสี่นิ้วใน ซีรีย์เรื่อง LOST
และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เกี่ยวกับทฤษฎี sandbox ของ Google

4. FRAME, Flash Object, เวบไซต์ที่ถูกปิดกั้นด้วย robots.txt
สิ่งเหล่านี้เหมือนเกาะในซีรีย์เรื่อง LOST คือ ไม่สามารถค้นหาได้
3. แฟนคลับของ SEO เหมือนกับ แฟนคลับซีรีย์เรื่อง LOST คือ ทั้งสองมีทฤษฎีมากมาย ...บางทฤษฎีดีกว่าทฤษฎีอื่นๆ เช่น:
คุณยังจดจำาทฤษฎีที่ว่าโฆษณาแบบ PPC จะช่วยให้การจัดอันดับของคุณดีขึ้นได้หรือไม่
มันคล้ายกับทฤษฎีที่ว่า เกาะ LOST เป็น เกาะนรก
2. อัลกอริทึมของ Google เหมือน สัตว์ประหลาดที่ชั่วร้าย(Smoke monster) ในซีรีย์เรื่อง LOST
มันลึกลับ ยากจะอธิบายและสามารถทำลายคุณได้ในทุกเวลา
1. พวกเขาเหล่านี้เป็นนักคิดที่ชั่วร้าย ใช่หรือไม่...เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบแก่คุณได้

ที่มา: http://www.smallbusinesssem.com/5-ways-seo-is-like-lost/1308/
5. LOST (เหมือนพนักงาน Google ส่วนมาก) ไม่ค่อยให้คำตอบ สำหรับคำถามของคุณ เช่น:
คุณยังคงสงสัยเกี่ยวกับรูปปั้นนิ้วเท้าสี่นิ้วใน ซีรีย์เรื่อง LOST
และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เกี่ยวกับทฤษฎี sandbox ของ Google

4. FRAME, Flash Object, เวบไซต์ที่ถูกปิดกั้นด้วย robots.txt
สิ่งเหล่านี้เหมือนเกาะในซีรีย์เรื่อง LOST คือ ไม่สามารถค้นหาได้
3. แฟนคลับของ SEO เหมือนกับ แฟนคลับซีรีย์เรื่อง LOST คือ ทั้งสองมีทฤษฎีมากมาย ...บางทฤษฎีดีกว่าทฤษฎีอื่นๆ เช่น:
คุณยังจดจำาทฤษฎีที่ว่าโฆษณาแบบ PPC จะช่วยให้การจัดอันดับของคุณดีขึ้นได้หรือไม่
มันคล้ายกับทฤษฎีที่ว่า เกาะ LOST เป็น เกาะนรก
2. อัลกอริทึมของ Google เหมือน สัตว์ประหลาดที่ชั่วร้าย(Smoke monster) ในซีรีย์เรื่อง LOST
มันลึกลับ ยากจะอธิบายและสามารถทำลายคุณได้ในทุกเวลา
1. พวกเขาเหล่านี้เป็นนักคิดที่ชั่วร้าย ใช่หรือไม่...เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบแก่คุณได้

ที่มา: http://www.smallbusinesssem.com/5-ways-seo-is-like-lost/1308/
ทางทีมงาน JobBangkok.com ได้ทดลองเปลี่ยน Theme ในวันเสาร์และวันอาทิตย์
จาก Theme มาตรฐาน ไปเป็น Theme ต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบ
โดยเริ่มจากวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2552 ใช้ Theme strawberry
และจะกลับมาใช้ Theme มาตรฐาน ในวันปกติ จันทร์ - ศุกร์
จาก Theme มาตรฐาน ไปเป็น Theme ต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบ
โดยเริ่มจากวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2552 ใช้ Theme strawberry
และจะกลับมาใช้ Theme มาตรฐาน ในวันปกติ จันทร์ - ศุกร์
หน้าที่ 1
Go to:

